รีวิวแบบเจาะลึกกับ Voopoo Argus Pro

สำหรับคนที่กำลังจะเริ่มมองหา Pod System สัก Pod นั้นเชื่อว่าหลายคนนั้นอาจจะลังเลและยังไม่รู้ว่าจะเริ่มใช้ตัวไหนดี ยิ่งถ้าหากว่าเป็นมือใหม่ในการเลือกบุหรี่ไฟฟ้าด้วยแล้วการเริ่มต้นนั้นถือว่าเป็นเรื่องยากมากนะครับเพราะว่าไม่รู้ว่าจะต้องใช้ตัวไหนดังนั้นเรามาลองดูรีวิวแบบเจาะลึกของ  Voopoo Argus Pro  กันดีกว่านะครับ ว่าเจ้าVoopoo Argus Pro  นั้นเหมาะสมกับเราหรือไม่  เราควรจะเลือกใช้ Voopoo Argus Pro  จริงหรือไม่ มาลองดูกันครับ 

ข้อดีของ “Voopoo Argus Pro “ 

  เรามาลองดูข้อดี และจุดเด่นของ “Voopoo Argus Pro “ กันดีกว่านะครับว่าจะมีข้อดีอะไรบ้างที่เรานั้นควรจะเลือกใช้ “Voopoo Argus Pro “ 

–  รูปทรง และดีไซน์ ที่มีความสปอร์ต วัสดุดูดี 

– สามารถใช้กับคอยล์ได้ 2 รูปแบบคือคอยล์ RBA เเละ คอยล์โมได้ 

– กำลังไฟค่อนข้างสูงทำให้เหมาะกับการสูบแบบ DL เพราะจะทำให้ควันออกมาเยอะมาก 

– มีช่องสำหรับสายคล้องคอ (แต่คนไทยเราไม่ค่อยนิยมในการคล้องคอ) 

– ไม่ว่าจะชอบปรับรูลมกว้าง หรือ แคบ ก็สามารถทำได้ไม่มีปัญหา 

– สามารถใช้ได้ทั้งน้ำยาแบบ Freebase และ Saltnic . 

– แบตเตอร์รี่มีความจุถึง 3000 mAH 

– หน้าจอ OLED 

รู้จักกับ Voopoo Argus Pro 

VOOPOO นั้นค่อนข้างจะเป็นที่รู้จักไม่เเพ้กำ SMOK เลยนะครับ ดังนั้นเจ้า Voopoo Argus Pro   นั้นใน Time -frame นั้นมาพร้อม ๆ กับ Drag เลยนะครับดังนั้นอาจจะทำให้หลายคนนั้นมีความสับสน แต่แน่นอนว่าทั้ง 2 อย่างต้องมีความแตกต่างอย่างแน่นอน โดยดีไซน์ของทั้ง 2 ตัวนั้นค่อนข้างแตกต่างกัน คือดีไซน์ของทั้ง 2 แบบนั้นแตกต่างกันอย่างมาก เพราะว่า Drag นั้นค่อนข้างจะออกแบบมาให้ดุดัน ซึ่งในขณะที่ Voopoo Argus Pro  นั้นออกแบบมาให้ดูเรียบหรู สวยงาม และ ดูดีมีะดับ โดย Voopoo Argus Pro  นั้นจะพัฒนาให้มีฝาปิด USB พร้อมด้วยการพัฒนาในด้านความแข็งแรงเพิ่มขึ้น 

การใช้งาน 

Voopoo Argus Pro  นั้นก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบุหรี่ไฟฟ้า ที่ค่อนข้างจะใช้งานง่ายอย่างมากนะครับ โดยเครื่องนั้นจะมาพร้อมกับ ตัวพอตที่ทำมาจากพลาสติก ที่สามารถจุน้ำยาได้ถึง 4.5 ml เเละมาพร้อมกับห่วงพลาสติกที่คอยป้องกันไม่ให้น้ำยารั่วและซึม  โดยสามารถใช้คู่ Pnp Coil ได้อย่างที่เราคุ้นเคยกัน หลังจากนั้นในเรื่องของการใช้งานนั้นVoopoo Argus Pro  นั้นก็ใช้งานแทบจะไม่ต่างกับ  Drag S เลยครับ โดยการกดปุ่ม Power 5 ครั้งเพื่อเริ่มการทำงานของเครื่อง มีการเปลี่ยนโหมดได้กวยการกดปุ่มไฟ 3 ครั้งไล่ไปเรื่อ ๆ และยังสามารถกดปุ่มพร้อมกัน 3 ปุ่มเพื่อให้ตัวเครื่องนั้น โชว์ Software Version Screen อีกด้วย นอกเหนือจากนั้นลูกเล่นและการใช้งานก็ไม่ต่างอะไรจาก Drag S เลยครับ 

ข้อเสียของVoopoo Argus Pro 

แน่นอนว่าเมื่อเรารู้ข้อดีแล้วในส่วนของข้อเสียก็มีด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะห่วงคล้อง ที่ทำออกมานั้นเมื่อไม่ได้ใช้งานนั้นมักจะพับลง ทำให้เกกะในการใช้งานอย่างมาก และการที่จะป้องกันที่ชาร์ตให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นเลยทำตัวปิดเข้ามาแต่ตัวปิดนั้นก็ดันเกะกะในการใช้งานไม่แพ้กับตัวคล้องเลย 

สรุป 

สำหรับ Voopoo Argus Pro  นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งบุหรี่ไฟฟ้าที่ยังน่าสนใจ และยังน่ามาเลือกใช้อยู่ในค่าย VooPoo เเต่ในตัว Voopoo Argus Pro  นั้นสิ่งที่รับไม่ได้ และเกะกะนั้นอาจจะเป็นบานพับ ที่เรารู้สึกขัดใจ และเกะกะ เช่นเดียวกับฝาปิดที่ชาร์ตเองก็ด้วยเช่นกันเพราะว่าเมื่อไม่ได้ใช้งานจึงรู้สึกว่าเกะกะกว่าที่ควรจะเป็นดังนั้นหากมองข้ามในเรื่องของการออกแบบ และดีไซน์ต่าง ๆ ออกไปVoopoo Argus Pro  นั้นก็ยังถือว่าตอบโจทย์ในการใช้งานไม่น้อยเลยนะครับ เพราะว่ายังเหมาะกับมือใหม่ ที่สามารถใช้งานได้ง่าย ไม่ยุ่งยากด้วยเช่นกัน ถ้าหากว่ามองข้ามในเรื่องของของที่เกะกะออกไปนั้นนับว่า  เป็นอีกหนึ่งบุหรี่ไฟฟ้าที่น่าจับตามองในการใช้งาน 

Related Post

องุ่นยาว

ทำไมต้ององุ่นยาว

น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าองุ่น เป็นน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการสังเคราะห์ออกมาให้เหมือนกับองุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกลิ่น หรือรสชาติก็ตาม ถือว่าเป็นน้ำยาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใครที่เล่นบุหรี่ไฟฟ้าแล้วไม่เคยใช้น้ำยาชนิดนี้ บอกเลยว่าพลาดมาก โดยความรู้สึกของการสูบน้ำยาองุ่น จะไม่ทำให้คุณรู้สึกเลยว่าสูบน้ำยาที่เป็นเคมีอยู่ เพราะน้ำยาทำออกมาเหมือนกับของจริงทุกอย่าง รสชาติก็จะเหมือนกับที่คุณทานองุ่นเลยทีเดียว และรสชาติที่ได้ก็จะไม่โดดไปทางใดทางหนึ่ง คือจะไม่หวานเกินไป และกลิ่นก็ไม่รุนแรงเกินไป เอกลักษณ์ของน้ำยาองุ่นยาว รสชาติและกลิ่น น้ำยาองุ่นยาว ทำสัดส่วนของรสชาติและกลิ่นออกมาได้ดีทีเดียว เพราะกลิ่นที่ได้ก็จะออกมาเป็นกลิ่นองุ่นเลย ไม่ใช่จะเป็นกลิ่นตอนที่เป็นน้ำยาอยู่ เรียกว่ากลิ่นไม่เพี้ยน และรสชาติก็จะออกหวานนิด  ควัน สายควันต้องชอบเพราะองุ่นยาวจะมีควันที่หนา และเยอะกว่าน้ำยาอื่นๆ อย่างเช่นน้ำยาแบบ Saltnic แบบนี้ คนที่ชอบสูบไปด้วยและเล่นกับควันไปด้วย รับรองว่าจะต้องชอบใจน้ำยาตัวนี้แน่

ท็อปเปอร์

ท็อปเปอร์คืออะไร กับคำค้นหายอดฮิตในGoogle

ท็อปเปอร์ Topper คำๆนี้อาจจะมีบางคนที่ไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินมาก่อน ซึ่งได้มีการเรียนรู้ โดยการค้นคว้าในGoogle เรามาดูกันว่าคำค้นหายอดฮิตที่เกี่ยวกับท็อปเปอร์นั้นคืออะไร มาเรียนรู้ความหมายให้ครบจบในบทความเดียว โดยเริ่มตั้งแต่คำค้นหายอดฮิตที่1-5จากการค้นหาในGoogleปี2020ที่มีหัวข้อkeywordว่า’ท็อปเปอร์’  1.ท็อปเปอร์ยางพารา  ท็อปเปอร์ยางพารานั้นเราจะต้องรู้ก่อนว่ายางพาราส่วนใหญ่ที่นำมาทำท็อปเปอร์นั้นจะต้องมีการนำมาผ่านกรรมวิธีเฉพาะเพื่อให้เกิดความหนาแน่น รองรับแนวส่วนเว้าส่วนโค้งได้เป็นอย่างดีและที่นอนท็อปเปอร์ยางพาราจะเปลี่ยนรูปตามแนวโค้งให้เหมาะสมกับสรีระร่างกายของคนเรา หากเป็นการทำจากน้ำยางพาราแท้100%จะมีอายุการใช้งานได้ยาวนานถึง10ปีโดยสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี คืนสภาพได้ดีกว่าที่อื่นซึ่งตามท้องตลาดมักมีการนำท็อปเปอร์แบบยางพาราไม่แท้มาจำหน่ายถึง3แบบคือ 1.ยางพาราผสมสารสังเคราะห์ 2. ยางพาราผสมแป้ง 3.ยางพาราอัด โดยส่วนใหญ่แล้วมาตรฐานยางพารา2นิ้วนั้นจะเหมาะกับการวางบนที่นอนเดิมที่มีการยุบตัวเล็กน้อย ถ้าเป็นแบบ3-4นิ้วจะให้ความรู้สึกสบายใกล้เคียงกับการนอนบนที่นอนใหญ่ ในส่วนของคุณสมบัติของยางพาราแท้นั้นถ้าผลิตจากธรรมชาติแท้ปลอดสารเคมีจะมีการป้องกันไรฝุ่นและแบคทีเรียให้ไปในตัว สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี ลดอาการปวดเมื่อย ขนย้ายสะดวกและน้ำหนักเบา หากเมื่อลองจับยางพาราของแท้นั้นจะต้องหย่อน ย้วย เมื่อจับตั้งหรือยกขึ้นจะไม่สามารถวางตั้งฉากกับพื้นได้ สามารถพับได้หรือม้วนได้ หากแกะเชือกออกมาที่นอนก็จะดีดเด้งกับผิวสัมผัส จะมีความนุ่ม อาจมีรูหรือไม่มีก็ได้ โดยสีของยางควรเป็นสีเหลืองไข่ไก่  2.ท็อปเปอร์คืออะไร  ท็อปเปอร์คือแผ่นรองที่นอนเพื่อเพิ่มความหนาเพิ่มการรองรับแรงกระแทกปัจจุบันทำจากหลายวัสดุด้วยกันแต่ท็อปเปอร์คุณสมบัติจะแตกต่างกับผ้ารองเปื้อนอย่าเข้าใจผิดเด็ดขาด ประโยชน์ของ copper นั้น จะช่วยให้นอนหลับสบายช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับที่นอนก่อนที่จะเลือกซื้อท็อปเปอร์นอกจากราคาและความนุ่มสบายที่เรามักจะเอาเป็นหลักอยู่แล้วต้องดูว่ามีการรองรับสรีระที่ดีไหมลดอาการปวดหลังหรือไม่ หนาแน่นมากแค่ไหนซึ่งในปัจจุบันท็อปเปอร์นั้นมีหลากหลายยี่ห้อมาก เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะรู้ราคาของมัน

เรือนไทยแต่งงาน

ของงานแต่ง “เลือกสีอย่างไร” ให้ปังกับงานแต่งของตัวเอง 

เชื่อว่าหลายคนนั้นอาจจะกำลังเข้าสู่ช่วงที่กำลังจะแต่งงาน หรือ กำลังจะเข้าสู่ ช่วงกำลังจะแพลนเข้าสู่ช่วงการแต่งงานและเชื่อว่าหลายคนนั้นอาจจะกำลังคิดเรื่องของ ธีมงานแต่งอยู่ ดังนั้นในบทความนี้เราอยากจะขอพูดถึงเรื่องของ “สี” สีในงานแต่ง นั้นเราควรเลือกสีอย่างไร และ ในเรื่องของสีนั้นเราควรจะแต่งสีอย่างไรเพื่อให้งานแต่งของเรานั้นปัง และแต่งแบบไหนไม่ให้สีนั้นตีกันนะครับ   ในงานแต่งเราไม่ควรเลือกสีที่มากกว่า 4 สี   ในการแต่งงานนั้นเชื่อว่าหลายคนนั้นอาจจะมีสีในใจไว้แล้วแต่ในการเลือกสีเพื่อใช้ในแต่งนั้นการตกแต่งานของเรานั้นไม่ควรจะใช้สีที่มากกว่า 4 สีนะครับเพราะว่าถ้าหากจะเลือกใช้สีที่มากกว่า 4 สีนั้นจะเลือกใช้สีแมตซ์กันยากเกินไปและสีนั้นอาจจะไปคนลพทิศคนละทางกันมากจนเกินไป ดังนั้นให้เราเลือกใช้สีเพียงแค่ 4 สีจะดีกว่านะครับ และไม่ควรใช้สีที่ไม่เข้ากันหรือไม่แมตซ์กันนะครับไม่อย่างนั้นจะทำให้ลำบากในการจัดธีมถ่ายรูป ได้ลำบากนะครับ ดังนั้นสีที่เราควรเลือกใช้ควรเป็นสีในทิศทางเดียวกันจะดีกว่านะครับ   สีของสถานที่จัดงานต้องอย่าลืม   อีกเรื่องที่สำคัญนั้นคือในเรื่องของ “สถานที่จัดงาน” ไม่ว่าจะเป็น เรือนไทยแต่งงาน หรือสถานที่จัดงานอื่น ๆ