ท็อปเปอร์คืออะไร กับคำค้นหายอดฮิตในGoogle

ท็อปเปอร์

ท็อปเปอร์ Topper คำๆนี้อาจจะมีบางคนที่ไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินมาก่อน ซึ่งได้มีการเรียนรู้ โดยการค้นคว้าในGoogle เรามาดูกันว่าคำค้นหายอดฮิตที่เกี่ยวกับท็อปเปอร์นั้นคืออะไร มาเรียนรู้ความหมายให้ครบจบในบทความเดียว โดยเริ่มตั้งแต่คำค้นหายอดฮิตที่1-5จากการค้นหาในGoogleปี2020ที่มีหัวข้อkeywordว่า’ท็อปเปอร์’ 

1.ท็อปเปอร์ยางพารา 

ท็อปเปอร์ยางพารานั้นเราจะต้องรู้ก่อนว่ายางพาราส่วนใหญ่ที่นำมาทำท็อปเปอร์นั้นจะต้องมีการนำมาผ่านกรรมวิธีเฉพาะเพื่อให้เกิดความหนาแน่น รองรับแนวส่วนเว้าส่วนโค้งได้เป็นอย่างดีและที่นอนท็อปเปอร์ยางพาราจะเปลี่ยนรูปตามแนวโค้งให้เหมาะสมกับสรีระร่างกายของคนเรา หากเป็นการทำจากน้ำยางพาราแท้100%จะมีอายุการใช้งานได้ยาวนานถึง10ปีโดยสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี คืนสภาพได้ดีกว่าที่อื่นซึ่งตามท้องตลาดมักมีการนำท็อปเปอร์แบบยางพาราไม่แท้มาจำหน่ายถึง3แบบคือ 1.ยางพาราผสมสารสังเคราะห์ 2. ยางพาราผสมแป้ง 3.ยางพาราอัด โดยส่วนใหญ่แล้วมาตรฐานยางพารา2นิ้วนั้นจะเหมาะกับการวางบนที่นอนเดิมที่มีการยุบตัวเล็กน้อย ถ้าเป็นแบบ3-4นิ้วจะให้ความรู้สึกสบายใกล้เคียงกับการนอนบนที่นอนใหญ่ ในส่วนของคุณสมบัติของยางพาราแท้นั้นถ้าผลิตจากธรรมชาติแท้ปลอดสารเคมีจะมีการป้องกันไรฝุ่นและแบคทีเรียให้ไปในตัว สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี ลดอาการปวดเมื่อย ขนย้ายสะดวกและน้ำหนักเบา หากเมื่อลองจับยางพาราของแท้นั้นจะต้องหย่อน ย้วย เมื่อจับตั้งหรือยกขึ้นจะไม่สามารถวางตั้งฉากกับพื้นได้ สามารถพับได้หรือม้วนได้ หากแกะเชือกออกมาที่นอนก็จะดีดเด้งกับผิวสัมผัส จะมีความนุ่ม อาจมีรูหรือไม่มีก็ได้ โดยสีของยางควรเป็นสีเหลืองไข่ไก่ 

2.ท็อปเปอร์คืออะไร 

ท็อปเปอร์คือแผ่นรองที่นอนเพื่อเพิ่มความหนาเพิ่มการรองรับแรงกระแทกปัจจุบันทำจากหลายวัสดุด้วยกันแต่ท็อปเปอร์คุณสมบัติจะแตกต่างกับผ้ารองเปื้อนอย่าเข้าใจผิดเด็ดขาด ประโยชน์ของ copper นั้น จะช่วยให้นอนหลับสบายช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับที่นอนก่อนที่จะเลือกซื้อท็อปเปอร์นอกจากราคาและความนุ่มสบายที่เรามักจะเอาเป็นหลักอยู่แล้วต้องดูว่ามีการรองรับสรีระที่ดีไหมลดอาการปวดหลังหรือไม่ หนาแน่นมากแค่ไหนซึ่งในปัจจุบันท็อปเปอร์นั้นมีหลากหลายยี่ห้อมาก เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะรู้ราคาของมัน เราควรที่จะต้องเรียนรู้ชนิดของท็อปเปอร์ก่อนจะดีที่สุด 

3.ท็อปเปอร์มีกี่ชนิด 

ท็อปเปอร์ มีทั้งหมด5ชนิด แต่ละชนิดนั้นจะแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหนก็มาลองดู 

  • ท็อปเปอร์แบบยางพาราจะต้องผลิต 

จากน้ำยางในต้นเท่านั้นน โดยมีทั้งแบบธรรมชาติและแบบสังเคราะห์หรือทั้งแบบธรรมชาติและสังเคราะห์รวมกัน ไม่เหมาะกับคนที่ชอบความนุ่ม ได้รับความนิยมสูง ข้อดีก็คือความหนาแน่นสูงมากแต่ก็ยังไม่นุ่มสบายไม่เท่ากับท็อปเปอร์เมมโมรี่โฟม แต่ท็อปเปอร์แบบยางพารานี้มีความยืดหยุ่น นอนหลับสบาย แข็งแรง ใช้ได้นาน ส่วนข้อเสียก็คือราคาแพง ไม่เหมาะกับคนแพ้ยางพาราค่อนข้างหนักเวลาเคลื่อนย้ายอาจจะมีกลิ่นยางรบกวนตอนเริ่มใช้ และจะรู้สึกนอนร้อนมากๆในช่วงฤดูร้อน 

  • ท็อปเปอร์เมมโมรี่โฟมเป็นท็อปเปอร์ 

ฟองน้ำที่ดีที่สุดนอกจากโพลียูรีเทนเพื่อเพิ่มความหนาแน่นทางเคมี ข้อดีคือสามารถรองรับสรีระได้ มีความยืดหยุ่นสูง คืนตัวช้า บรรเทาอาการปวดข้อ หลังและกล้ามเนื้อได้ ข้อเสียก็คือแข็ง มีความกักเก็บความร้อนสูง อาจมีกลิ่นเครื่องมือรบกวนตอนเริ่มใช้ที่นอน 

  • ท็อปเปอร์ขนสัตว์

นั้นจะผลิตจากขนสัตว์ทั่วไป มีความเป็นธรรมชาติสูง มีคุณภาพ มีราคาให้เลือกหลากหลาย ข้อดีคือนุ่มสบาย เป็นธรรมชาติ ใช้งานได้ทุกฤดู เคลื่อนไหวบนเตียงสะดวกมาก ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้เหมือนวัสดุสงเคราะห์ ข้อเสียคือ ราคาสูง รองรับการกระแทกได้ไม่เท่าเมมโมรี่โฟม 

  • ท็อปเปอร์ ขนเป็ด ขนห่าน ขนนก มี 

ความเป็นธรรมชาติสูง ลักษณะคล้ายผ้านวมโดดเด่นเรื่องความนุ่มสบาย ข้อดี นุ่มสบายเหมือนผ้านวม ราคาถูกกว่ายางพาราและเมมโมรี่โฟม ข้อเสียคือ เสี่ยงต่อการมีขนหลุดออกมาและขนมักจะจับตัวเป็นก้อนเมื่อนำไปซักไม่เหมาะกับคนที่แพ้ขนสัตว์ แล้วก็ไม่มีสรรพคุณในการรักษาอาการปวดเมื่อยอีกด้วย 

  • ท็อปเปอร์ใยฝ้ายและใยสังเคราะห์  

มักจะพบเห็นได้เยอะมากเพราะว่าเป็นสินค้าที่มีคนซื้อกันค่อนข้างเยอะ เหมาะกับคนที่ชอบสัตว์แต่แพ้ขนสัตว์ ข้อดีคือ นุ่มสบาย ราคาไม่แพงทำความสะอาดง่าย ข้อเสียคือ ไม่ทนเท่าวัสดุอื่น เป็นก้อน ยุบตัวง่าย รองรับสรีระน้ำหนักและการกระแทกได้ไม่มาก หากใช้ใยฝ้ายคุณภาพสูงก็จะมีราคาแพงมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว 

4. ท็อปเปอร์แก้ปวดหลัง 

ท็อปเปอร์แก้ปวดหลังได้จริงหรือไม่?? คำตอบนั้นก็คือจริง!! เพราะเนื่องมาจากการนำท็อปเปอร์มาวางนอนกับพื้นหรือนำมาเสริมบนที่นอนนั้น ความสูงต่ำก็ช่วยในเรื่องของการปวดคออีกด้วย ท็อปเปอร์ยางพาราถือว่าเป็นอันดับแรกในบรรดาตระกูลท็อปเปอร์ทั้งหมดที่มีสรรพคุณในการช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้เป็นอย่างดี แต่ทว่าก่อนที่จะมีการเลือกซื้อท็อปเปอร์แบบยางพารานั้นจะต้องตรวจดูให้ดีด้วยว่าท็อปเปอร์ตัวนั้นทำมาจากน้ำยางพาราแท้หรือไม่ ซึ่งในการที่เราจะพิสูจน์ว่าท็อปเปอร์นั้นเป็นยางพาราแท้หรือเปล่าให้ดูที่การจับของเราซึ่งถ้าเป็นยางพาราของแท้นั้นเวลาจับมันจะต้องมีความรู้สึกหย่อน ย้วยและไม่สามารถนำมาตั้งฉากกับพื้นได้ สามารถพับได้ ม้วนได้ แล้วถ้าแกะออกที่นอนจะดีดตัวกลับทันที สีของยางควรเป็นสีขาวไข่ไก่หรือสีเหลืองอ่อน อันนั้นจะเป็นคุณสมบัติของท็อปเปอร์ที่ทำมาจากยางพาราแท้ 100% 

5.ท็อปเปอร์ยี่ห้อไหนดีที่สุด 

และแล้วคำถามที่ตอบยากที่สุดก็มาถึงกับคำถามที่ว่าท็อปเปอร์ยี่ห้อไหนดีที่สุด?? เพราะว่าแต่ละยี่ห้อนั้นก็ผลิตกันมาในหลากหลายรูปแบบ หลากหลายสไตล์ แล้วก็ให้สรรพคุณที่แตกต่างกัน แต่ที่จะนำมาเสนอนั้นจะเป็น5ลำดับท็อปเปอร์ที่มีคนกดค้นหามากที่สุดใน Google 

  • IKEAได้ก่อตั้งเมื่อปี 1943 นักธุรกิจ รายเล็กสัญชาติสวีเดนชื่อIngvar Kamprad 
  • Indexเริ่มต้นในปี 2546 โดยนายพิศิษฐ์ปัทมสัตยาสนธิ เป็นประธานบริหารกลุ่มจัดตั้งขึ้น 
  • Dunlopillo เป็นผู้ผลิต นำเข้าและส่งออกเครื่องนอนคุณภาพอันดับ 1 ของโลกประเทศอังกฤษมายาวนานกว่า 80 ปี 
  • Lotus ก่อตั้งในปีพุทธศักราช 2523 โดยเริ่มจากบริษัทเล็กๆที่ทำกัน3คน เป็นธุรกิจครอบครัว 
  • LAZY CAT อยู่ภายใต้บริษัทโก เอ็นพี จำกัด และเป็นบริษัทนำเข้าท็อปเปอร์จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาขายในประเทศไทย 

จากที่ได้อ่านบทความเบื้องต้นมาแล้วนั้นเชื่อว่าผู้อ่านทุกคนจะได้มีความเข้าใจว่าท็อปเปอร์นั้นคืออะไร ได้รู้ความหมาย ได้รู้ถึงชนิดรวมทั้งยี่ห้อพร้อมกันเสร็จสรรพจบในบทความเดียว เพียงเท่านี้ก็สามารถที่จะไปเลือกซื้อท็อปเปอร์ได้อย่างถูกประเภทและเหมาะสมกับความต้องการของทุกท่านแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกซื้อท็อปเปอร์ในช่วงเศรษฐกิจกำลังอยู่ในสภาวะค่อนข้างแย่ สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องพิจารณาก่อนนั่นก็คือ ราคากับคุณภาพของสินค้า ซึ่งถ้าเกิดว่าเรารู้จักรอและใจเย็นมากกว่าเดิมหน่อย เราอาจจะได้สินค้าที่ทั้งดีมีคุณภาพและราคาถูกไว้ในครอบครองก็เป็นได้ 

#Topper #ท็อปเปอร์

Related Post

สมัครหางาน

3 วิธีเผยแพร่การรับสมัครงานให้น่าสนใจ

ปัจจุบันการจะรับสมัครงานในตำแหน่งใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญก็คือการเผยแพร่ประกาศสำหรับรับสมัครบุคคลเข้าทำงานให้น่าสนใจ เนื่องจากปัจจุบันนี้มีแหล่งประกาศรับสมัครตำแหน่งงานหลายต่อหลายแหล่งด้วยกัน จะดีกว่าหรือไม่หากว่าเรานั้นจะเลือกวิธีเผยแพร่ประกาศรับสมัครบุคคลเข้าทำงานให้น่าสนใจมากที่สุด และวิธีเผยแพร่ประกาศรับสมัครบุคคลเข้าไปทำงานให้น่าสนใจนั้นมีดังต่อไปนี้  1.ใช้ถ้อยคำที่ดึงดูดใจ  สำหรับสิ่งแรกที่ต้องมีในประกาศรับสมัครตำแหน่งงานก็คือถ้อยคำที่ดึงดูดใจให้อยากอ่าน ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเห็นในประกาศรับสมัครตำแหน่งงานใช่หรือไม่ว่าจะต้องมีการระบุคุณสมบัติของผู้สมัครก่อนในเบื้องต้น การใช้ถ้อยคำที่กระชับ เข้าใจง่ายถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้คนอยากกดเข้าไปอ่าน ในทางตรงกันข้ามหากว่าคุณใช้ถ้อยคำเยิ่นเย้อ เข้าใจยาก ก็อาจจะทำให้ไม่มีคนสนใจอ่านประกาศอีกเช่นกัน จุดนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง  2.ลงในกลุ่มหางานของจังหวัดนั้นๆ  อีกหนึ่งสิ่งที่ถือว่าเป็นวิธีการในการเผยแพร่ประกาศรับสมัครตำแหน่งงานที่ดีที่สุดได้แก่การลงประกาศในกลุ่มหางานของจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากว่าการเผยแพร่ในกลุ่มหางานถือเป็นคำตอบที่ลงตัวมากที่สุด โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่กำลังหางานอยู่ก็มักจะเลือกหางานจากในกลุ่มเฟซแทบทั้งสิ้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณจะได้กลุ่มคนที่สนใจในงานของคุณจำนวนมาก อีกทั้งยังเหมาะกับคนที่ต้องการผู้รับสมัครคัดเลือกอย่างเต็มที่นั่นเอง  3.เลือกประกาศรับสมัครตำแหน่งงานในเว็บไซต์หางาน  หากว่าคุณต้องการให้มีคนสนใจในประกาศรับสมัครงานของคุณ แนะนำว่าควรนำไปลงเว็บไซต์จะดีที่สุด โดยส่วนใหญ่แล้วการรับสมัครบุคคลเข้าทำงานในเว็บไซต์ จะทำให้คุณได้คนที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมอย่างแท้จริง โดยคนที่ฝากประวัติไว้ในเว็บไซต์หางานส่วนมากแล้วจะมีความมุ่งมั่นและอยากได้งานจริงๆ แตกต่างกับคนที่สมัครงานทางเฟซบุ๊คพอสมควร ที่ส่วนมากแล้วอาจจะไม่ได้จริงจังในการสมัครงานมากนักนั่นเอง อย่างไรก็ดีคุณอาจจะระบุไปทางประกาศในเว็บไซต์รับสมัครงานเลยก็ได้ว่าคุณต้องการให้ผู้มาสมัครมีคุณสมบัติใดบ้าง เพื่อให้ได้คนมาสมัครงานที่ตรงกับใจของคุณนั่นเอง  หากว่าคุณต้องการให้ตนเองได้ผู้มาสมัครงานที่ตรงกับใจ

คอนเวนเจอร์

5 การเลือกบ้านแบบไหน ให้เหมาะกับ ผู้สูงอายุ

ปัจจุบันนั้นจะเห็นได้ว่าสังคมไทยนั้นค่อนข้างจะเป็นสังคมที่มีผู้สูงอายุมากขึ้น  ทำให้กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น และเชื่อว่าหลายคนนั้นอาจจะกำลังมีแผนจะสร้างบ้านด้วยใช่ไหมครับ ? และอาจจะทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่าถ้าหากว่าต้องการจะสร้างบ้านให้ผู้สูงอายุนั้นเราจะต้องสร้างบ้านอย่างไร ในบทความนี้เราได้รวบรวมถึง 5 การเลือกบ้านแบบไหน ให้เหมาะกับ ผู้สูงอายุกันดีกว่านะครับ   วัสดุกันลื่น   อย่างแรกเลยนั้นคือในเรื่องของพื้นนั้นเราควรจะเลือกใช้วัสดุกันลื่นไว้ก่อนจะดีกว่านะครับ เพราะว่าถ้าหากว่าเราเลือกใช้วัสดุแบบธรรมดานั้นจะทำให้ผู้สูงอายุนั้นลื่นเอาได้นะครับ และสำหรับผู้สูงอายุนั้นถ้าหากว่าลื่นล้มนั้นโอกาสที่จะเกิดอันตรายนั้นมีสูงมากเพียงแค่การล้มครั้งเดียวนะครับดังนั้นถ้าหากว่ามีความจำเป็นต้องออกแบบบ้านรเพื่อผู้สูงอายุนั้นเราควรเลือกใช้วัสดุกันลื่นไว้จะดีกว่านะครับ   ประตูบ้าน   ในส่วนต่อมานั้นคือในเรื่องของประตูบ้านนะครับ เพราะว่าถ้าหากว่าเราเลือกใช้ประตูแบบธรรมดานั้นจะไม่เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีการนั่ง Wheel Chair เพราะโดยปกติแล้วการเลือกใช้ประตูนั้นเราควรเลือกประตูแบบพิเศษนะครับ เพราะว่าโดยปกติแล้ว ประตูบ้านนั้นจะอยู่ประมาณ  70 ซ.ม. แต่สำหรับผู้สูงอายุนั้นถ้าหากมีการนั่งรถเข็น หรือ Wheel Chair นั้นควรใช้ประตูให้อยู่ประมาณ 90 ซ.ม. จะดีกว่านะครับเพราะว่าจะเหมาะกับผู้สูงอายุ และ สะดวกมากกว่านะครับ สำหรับผู้สูงอายุ   เตียงนอนสำหรับผู้สูงอายุ   อีกหนึ่งการเลือก “เตียงนอน” สำหรับผู้สูงอายุ นั้นเราควรเลือกอย่างพิถีพิถันนะครับ เพราะว่าการเลือกเตียงนอนสำหรับผู้สูงอายุ โดยให้เราเลือกเตียงสำหรับผู้สูงอายุให้อยู่ที่ประมาณ  40

บรษัทรับส่งสินค้า

4 เหตุผลที่หลายคนเลือกมาเปิดบริษัทรับส่งสินค้า

ในปัจจุบันนี้หากถามถึงธุรกิจที่เจริญเติบโตมากที่สุด คงหนีไม่พ้นการเปิดบริษัทรับส่งสินค้านั่นเอง หลายคนอาจสงสัยว่าเพราะอะไรการเปิดบริษัทส่งของถึงได้รับความนิยมอย่างมาก คนที่เลือกมาเปิดบริษัทรับส่งสินค้านั้นเป็นเพราะเหตุใด มาดูเหตุผลพร้อมๆ กันในตอนนี้ 1.การค้าออนไลน์ที่เติบโตมากขึ้น ถ้าเอ่ยถึงธุรกิจที่เติบโตในทุกๆ วันคงหนีไม่พ้นธุรกิจร้านค้าออนไลน์ที่ขายสินค้าต่างๆ เนื่องจากว่าการค้าออนไลน์เป็นสิ่งที่มาพร้อมเทคโนโลยีและความสะดวกสบายอย่างที่ทุกคนปรารถนา จุดเด่นของการค้าออนไลน์ก็คือ ไม่ว่าใครต่างก็เป็นพ่อค้าหรือแม่ค้าได้อย่างไม่ยาก อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องใช้ต้นทุนอะไรเลย ขอแค่มีตัวสินค้าและสมาร์ทโฟนเท่านั้น ก็เป็นแม่ค้าแบบง่ายๆเลยทีเดียว 2.อัตราการซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันการซื้อสินค้าไม่ได้ยากเหมือนแต่ก่อน จะซื้ออะไรแค่คลิกเดียวเท่านั้น บางคนจึงตัดสินใจซื้อสินค้าแค่เพียงชั่ววูบเท่านั้น หากแต่เมื่อได้รับสินค้ามาแล้วกลับไม่ถูกใจสักเท่าไรนัก จึงเกิดอยากจะขายต่อ  เมื่อขายต่อจึงจำเป็นจะต้องใช้บริการส่งของ ซึ่งทุกๆ วันแต่ละคนก็มีสินค้าที่ตนเองต้องการขายจำนวนมาก ทั้งการโละตู้เสื้อผ้าเก่า การโละหนังสือที่ซื้อมาแล้วไม่ชอบ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้ประกอบการเล็งเห็นประโยชน์และผลกำไรจากการส่งของ และจึงเปิดบริษัทส่งของนั่นเอง 3.การเดินทางยากลำบากทุกๆ วัน