ความแตกต่างของประกันรถยนต์แต่ละประเภท

ปัจจุบันนี้สังคมเราได้ให้ความสำคัญกับประกันรถยนต์กันมากขึ้น โดยจะเห็นได้ว่าผู้ที่ขับรถมากกว่าครึ่งนั้นทำประกันรถยนต์ เนื่องจากประกันรถยนต์นั้นเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่เราจะต้องจ่ายค่าซ่อมแซมหรือค่ารักษาพยาบาลต่าง ๆ ในกรณีที่เราเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งหากไม่มีการทำประกันรถยนต์ไว้แล้วเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดขึ้นนั้นค่าใช้จ่ายสูงมากเลยทีเดียว ดังนั้นคนจึงนิยมทำประกันกันไว้ โดยประกันรถยนต์ก็จะมีหลากหลายประเภทให้เลือกซื้อซึ่งแต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาดูกันว่าประกันแต่ละประเภทนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร 

ความแตกต่างของประกันรถยนต์ประเภทต่าง ๆ  

  • ประเภทแรกเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 โดยประกัยรถยนต์ประเภทนี้จะเป็นประกันรถยนต์ที่มีราคาค่อนข้างสูง แต่ความคุ้มครองครบครัน โดยประกันรถยนต์ชั้น 1 นั้นจะให้ความคุ้มครองต่อการเสียหายทุกกรณีซึ่งจะคุ้มครองทั้งฝ่ายผู้เอาประกันและฝ่ายคู่กรณี นอกเหนือไปจากนี้ประกันชั้น 1 ก็ยังมีการคุ้มครองกรณีที่รถยนต์สูญหายและไฟไหม้อีกด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกับค่าเบี้ยประกันที่ค่อนข้างสูงนั้นถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว 
  • ประเภทที่สองเป็นประกันรถยนต์ชั้น 2 โดยประกันชั้น 2 ราคาจะถูกกว่าประชันชั้น 1 มาก และมีความคุ้มครองที่ใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 ต่างกันตรงที่ประกันชั้น 2 จะให้ความคุ้มครองให้ส่วนของฝั่งคู่กรณีเท่านั้นไม่ได้ให้ความคุ้มครองในส่วนของผู้เอาประกันภัย ซึ่งเมื่อเทียบความคุ้มครองกับราคาเบี้ยประกันภัยแล้วนั้นประกันชั้น 2 ราคาถูกมากและประกันชั้น 2 ราคายังคุ้มค่ากับความคุ้มครองที่ได้รับอีกด้วย 
  • ประเภทที่สามเป็นประกันรถยนต์ชั้น 3 ซึ่งเป็นประกันรถยนต์ที่มีความคุ้มครองน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับสองประเภทแรก โดยความคุ้มครองของประกันชั้น 3 นั้นจะคุ้มครองแค่ส่วนของคู่กรณีเท่านั้น และจะไม่มีการคุ้มครองในกรณีที่รถยนต์สูญหายและไฟไหม้แบบประกันชั้น 1 และชั้น 2 ซึ่งแน่นอนว่าด้วยความที่ความคุ้มครองของประกันชั้น 3 นั้นน้อยกว่าประกันประเภทอื่น ๆ จึงทำให้ประกันรถยนต์ชั้น 3 นั้นมีค่าเบี้ยประกันที่ถูกกว่าทั้งสองประเภท 

ประกันรถยนต์ทั้งสามประเภทนั้นมีความเหมือนและแตกต่างกันในด้านของความคุ้มครองและราคาเบี้ยประกันภัยซึ่งแน่นอนว่าประกันที่ให้ความคุ้มครองสูงย่อมมีค่าเบี้ยประกันที่สูงกว่าประเภทอื่น 

Related Post

เรือนไทยแต่งงาน

ของงานแต่ง “เลือกสีอย่างไร” ให้ปังกับงานแต่งของตัวเอง 

เชื่อว่าหลายคนนั้นอาจจะกำลังเข้าสู่ช่วงที่กำลังจะแต่งงาน หรือ กำลังจะเข้าสู่ ช่วงกำลังจะแพลนเข้าสู่ช่วงการแต่งงานและเชื่อว่าหลายคนนั้นอาจจะกำลังคิดเรื่องของ ธีมงานแต่งอยู่ ดังนั้นในบทความนี้เราอยากจะขอพูดถึงเรื่องของ “สี” สีในงานแต่ง นั้นเราควรเลือกสีอย่างไร และ ในเรื่องของสีนั้นเราควรจะแต่งสีอย่างไรเพื่อให้งานแต่งของเรานั้นปัง และแต่งแบบไหนไม่ให้สีนั้นตีกันนะครับ   ในงานแต่งเราไม่ควรเลือกสีที่มากกว่า 4 สี   ในการแต่งงานนั้นเชื่อว่าหลายคนนั้นอาจจะมีสีในใจไว้แล้วแต่ในการเลือกสีเพื่อใช้ในแต่งนั้นการตกแต่งานของเรานั้นไม่ควรจะใช้สีที่มากกว่า 4 สีนะครับเพราะว่าถ้าหากจะเลือกใช้สีที่มากกว่า 4 สีนั้นจะเลือกใช้สีแมตซ์กันยากเกินไปและสีนั้นอาจจะไปคนลพทิศคนละทางกันมากจนเกินไป ดังนั้นให้เราเลือกใช้สีเพียงแค่ 4 สีจะดีกว่านะครับ และไม่ควรใช้สีที่ไม่เข้ากันหรือไม่แมตซ์กันนะครับไม่อย่างนั้นจะทำให้ลำบากในการจัดธีมถ่ายรูป ได้ลำบากนะครับ ดังนั้นสีที่เราควรเลือกใช้ควรเป็นสีในทิศทางเดียวกันจะดีกว่านะครับ   สีของสถานที่จัดงานต้องอย่าลืม   อีกเรื่องที่สำคัญนั้นคือในเรื่องของ “สถานที่จัดงาน” ไม่ว่าจะเป็น เรือนไทยแต่งงาน หรือสถานที่จัดงานอื่น ๆ

สาวคนไหนอยากมีหน้าขาวอมชมพู

ไหนใครชื่นชอบสาวญี่ปุ่นกันบ้าง ความหน้าขาวอมชมพูนี้ เราคนไทยแต่ก็อยากหน้าขาวใสเหมือนคนญี่ปุ่นจัง แต่จะทำอย่างไรในเมื่อประเทศของเราต่างจากประเทศญี่ปุ่นมาก ๆ ทั้งในเรื่องของสภาพอากาศ แดด ฝุ่น ควัน มลภาวะ ความร้อนนี่ก็นำหน้าไปแล้วเจอแดดแรง ๆ กันทุกวันแบบนี้จะไปหน้าขาวใสได้อย่างไร มีแต่จะผิวสีเข้มเพิ่มขึ้นทุกวัน แล้วยิ่งในเรื่องของควันรถอีก สภาพอากาศที่มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าอากาศของประเทศญี่ปุ่นนั้นดีกว่า เรื่องของน้ำประปาด้วยน้ำที่เราใช้อาบ ใช้ล้างหน้า ใช้ดื่มกันในทุกวันนี้ก็ไม่ได้สะอาดเพียงพอ ไม่มีส่วนไหนที่จะทำให้ผิวหน้าเราดีเหมือนสาวญี่ปุ่นได้เลยในเมื่อสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ไม่ได้มีอะไรเต็มใจให้เราผิวหน้าดี จับสกินแคร์ญี่ปุ่นใส่ลงไปในครีมซอง แต่สุดท้ายโลกก็ได้เห็นใจเรา จึงส่งครีมตัวนึงมาที่จะสามารช่วยรักษาหน้าของเราได้ให้ดี เหมือนสาวญี่ปุ่น จะเป็นอะไรไปได้นอกจากครีมซองใช้ดีบอกต่อ อยากผิวดีเหมือนสาวญี่ปุ่นก็ต้องใช้ครีมซองใช้ดีบอกต่อสิ ในเนื้อครีมนั้นเหมือนเอาอากาศ ความธรรมชาติ วิตามินใส่ลงไปในครีมเพื่อที่เราได้ทาแล้วจะได้สัมผัสเหมือนอยู่ญี่ปุ่นมาหลายปี ได้รักษาหน้าที่หยาบกร้านจากการเจอแดดมาบ่อย

เรื่องควรรู้ก่อนที่จะเริ่มสีทาบ้าน

เชื่อว่าหลายคนนั้นอาจจะกำลังมองหาวิธีแต่งเติมบ้านตัวเองให้สวยเหมือนใหม่อยู่ ซึ่งหนึ่งในวิธีที่จะทำให้บ้านเราเหมือนใหม่นั้นก็คือ การที่เราจะใช้สีทาบ้าน ทาสีใหม่นั้นเองก็จะทำให้บ้านของเราดูใหม่ขึ้นด้วยเช่นกัน และสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ในเรื่องของสี ในบทความนี้เราได้รวบรวมเรื่องที่เราควรรู้ในเรื่องของสีทาบ้าน ที่เราจะต้องรู้นะครับ สีเข้มจะทำให้ห้องของเราร้อนขึ้น อย่างแรกเลยที่เราคงรจะรู้นั้นคือในเรื่องของ สีทาบ้านนั้นคือ ถ้าหากเราคิดจะทาสีใหม่นั้นเราจะต้องเลือกใช้ ที่เหมาะสมกับเรานะครับ เพราะว่าถ้าหากว่าเราเลือกใช้สีที่เป็นสีเข้ม นั้นจะทำให้บ้านของเรานั้นร้อนขึ้น เพราะอุณหภูมิจะถูกดูดเข้ามาภายในห้องของเราที่ทาสีเข้มนะครับ ดังนั้นถ้าหากว่าจะทาสีเข้มจะต้องระวังไว้ด้วยนะครับเพราะว่าห้องจะร้อนขึ้นอย่างมากนะครับ